การเลือกผ้า สำหรับงานเย็บประดิษฐ์ทั่วไป

ปัจจุบัน งานผ้าเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่หญิงสาวสมัยใหม่ ซึ่งกลุ่มงานผ้าที่นิยมกันในวงกว้าง เห็นจะหนีไม่พ้นงานควิลท์(Qulits) และงาน แอพพลิเค่ (Applique’) งานผ้าทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันในส่วนของรายละเอียด ตามที่จะกล่าวดังต่อไปนี้

2.1

งานควิลท์ (Qulits) คือการด้นหรือเย็บด้วยมือ บนผ้าสามชั้น อันประกอบไปด้วย ผ้าชิ้นนอก ใยบุ และซับใน เพื่อให้เกิดลวดลายบนผ้า ซึ่งจะควิลท์ด้วยมือ หรือควิลท์ด้วยจักรก็ได้ แต่งานควิลท์ด้วยมือ จะมีราคาชิ้นงานสำเร็จที่สูงกว่ามาก เพราะเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความปราณีตมากเป็นพิเศษนั่นเอง แถมยังต้องใช้เวลาพอสมควรอีกด้วย

งาน แอพพลิเค่(Applique’) คือการวาดรูปด้วยผ้านั่นเองค่ะ ก่อนอื่น ต้องวางแพตเทริ์นลายไว้ก่อน และกำหนดลำดับก่อน-หลังของชิ้นผ้า เช่น วางลายกระต่ายเอาไว้ คุณก็ต้องกำหนดให้หางกระต่ายอยู่ตำแหน่งที่ 1,ลำตัวตำแหน่งที่ 2  เป็นต้น โดยวัดจากส่วนที่ลึกที่สุดของภาพ หลังจากนั้น ก็ตัดผ้าตามชิ้นส่วน และรีดผ้ากาว หรือใยวีราเน่ลงไป แล้วพับสอยทีละชิ้นจนครบทุกส่วน

ผ้าที่ใช้สำหรับงานประเภทนี้จะไม่เหมือนผ้าตัดเสื้อทั่วไปค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อมินิแคนวาส หรือคอตต้อน ตามที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

2.2

-การเลือกลายผ้า สำหรับงานควิลท์ ควรเลือกแบบที่ไล่โทนสีแบบกลมกลืน หรือตัดกันในโทนร้อนเย็นไปเลยก็ได้ค่ะ เน้นผ้าทอจากต่างประเทศที่มีลายคลาสสิค เป็นตาราง ,หรือลายเป็นล็อกๆก็ว่ากันไป ส่วนใหญ่จะเน้นสีโทนน้ำตาล เขียว ชมพู และสีอิฐ เป็นต้น

สำหรับงานแอพพลิเค่ ให้เลือกตามลายที่วางไว้ เช่น ลายน้องซู ให้เลือก สีครีม หรือสีเนื้อ สำหรับส่วนเนื้อตัวที่ยื่นออกมา และสีสันอื่นๆสำหรับชุดกระโปรง หมวก โดยเน้นสีที่กลมกลืนและเข้ากัน มีสีโทนตรงกันข้ามไว้เบรกในจุดที่เด่นสุดของภาพ เป็นต้น

-ชนิดของผ้าที่เหมาะกับงานประดิษฐ์ สำหรับงานประเภทนี้ แนะนำเป็นผ้าเนื้อมินิแคนวาส ที่มีเนื้อค่อนข้างหยาบ แต่นุ่ม และพิมพ์ลายสวยได้ติดทน ผ้าชนิดนี้จะง่ายต่อการเย็บด้วยมือ และจักร เพราะคงรูปทรงได้ดี ไม่ย่นหรือหดง่าย มีลวดลายสวยงามน่ารัก ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และจีน

2.3

ผ้าฝ้ายทอ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นหลัก มีราคาต่อเมตรค่อนข้างสูง แค่คุ้มค่าเพราะสีสันสุดคลาสสิค เนื้อผ้าคงตัวได้ดี ไม่หดง่าย แต่นิ่มกว่ามินิแคนวาสมาก นิยมใช้กันอย่างสแพร่หลายในกลุ่มผู้รักงานผ้าทั่วประเทศ

ผ้าคอตต้อนพิมพ์ลาย เนื้อค่อนข้างบาง เหมาะกับงานประดิษฐ์ที่ใช้บ่อยๆ และค่อนข้างสมบุกสมบัน เพราะใยผ้าละเอียด เหนียว ทนทาน เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องการใช้บ่อยๆ

ทั้งหมดนี้เป็นการแนะนำการเลือกผ้าสำหรับงานประดิษฐ์อย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเองได้จากตลาดผ้าแหล่งต่างๆ โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกให้สิ้นเปลืองเหมือนที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ แถมยังได้ผ้าที่ถูกใจ เหมาะกับงาน และช่วยให้งานประดิษฐ์ของคุณราบรื่นขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ ชอบผ้าแบบไหนเหมาะกับงานผ้าแบบไหน ก็ลงเลือกกันดูนะคะ

การดูแลรักษาและทำความสะอาดผ้าขนหนูแบบง่ายๆ

ผ้าขนหนู เป็นผ้าที่ขาดไม่ได้เลยในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่ว่าจะใช้ในการเช็ดตัว เช็ดผมหรือเช็ดเท้า แต่สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงผ้าขนหนูที่ใช้ในการเช็ดตัวกันค่ะ ซึ่งหากจะใช้อย่างเดียวโดยไม่ดูแลรักษาหรือทำความสะอาดเลย ก็คงจะแย่มากทีเดียว เพราะนอกจากจะทำให้ผ้าขนหนูเสื่อมสภาพได้ง่ายแล้ว ยังทำให้ผ้าขนหนูสกปรกและเต็มไปด้วยเชื้อโรคอีกด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงนำวิธีการดูแลรักษาและทำความสะอาดผ้าขนหนู มาแนะนำกันค่ะ

1.1

การดูแลรักษาผ้าขนหนู

อยากให้ผ้าขนหนูอยู่กับเราไปอีกยาวนานและไม่เสื่อมสภาพได้ง่าย ก็ต้องรู้จักดูแลรักษาให้ถูกวิธี ซึ่งก็มีวิธีในการดูแลรักษาไม่ยากเลย

  1. นำผ้าขนหนูผึ่งลมทุกครั้งหลังใช้งาน

ถึงแม้ว่าผ้าขนหนูที่คุณใช้จะแห้งง่ายและมีคุณสมบัติในการระบายความชื้นได้ดีมากขนาดไหน แต่ก็ไม่ควรหมกผ้าขนหนูไว้หรือเก็บผ้าขนหนูที่เพิ่งจะเช็ดตัวมาหมาดๆ ไว้ในที่ที่อับมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้ผ้าเกิดกลิ่นเหม็นอับ ชื้นและหมดสภาพได้ง่าย ควรนำผ้าขนหนูมาตากแดดหรือผึ่งลมทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อให้ผ้าแห้งดีก่อนนั่นเอง อีกทั้งการนำผ้าขนหนูไปตากให้แห้งหลังใช้งานทุกครั้งยังช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราบนผ้าได้อีกด้วย

  1. อย่าตากผ้าขนหนูด้วยแดดที่จัดเกินไป

ต่อให้คุณอัดน้ำยาปรับผ้านุ่มลงบนผ้าขนหนูของคุณมากขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถสู้ความร้อนแรงของแดดจัดๆ ได้หรอก รับรองได้เลยว่าหากคุณตากผ้าขนหนูของคุณตรงที่โดนแดดจัดๆ มากเกินไป เมื่อคุณกลับมาเก็บผ้าขนหนูอีกครั้ง คุณจะต้องเจอกับปัญหาผ้าขนหนูแห้งแข็งจนไม่เป้นทรงอย่างแน่นอน แถมความนุ่มก็มลายหายไปจากผ้าขนหนูของคุณอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าคุณเองก็คงไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นหรอกจริงไหม เพราะฉะนั้นอย่าตากผ้าให้หนูให้โดนแดดจัดเกินไปเป็นอันขาดเลยนะ

1.2

การทำความสะอาดผ้าขนหนู

นอกจากการดูแลรักษาผ้าขนหนูให้คงอยู่กับเราอย่างยาวนานแล้ว การทำความสะอาดผ้าขนหนูก็มีความสำคัญมากเช่นกัน โดยเฉพาะการซัก ซึ่งหากซักไม่ถูกวิธีก็จะทำให้ผ้าเสื่อมสภาพได้ง่าย เพราะฉะนั้นเรามาเรียนรู้วิธีการซักทำความสะอาดผ้าขนหนูอย่างถูกวิธีกันดีกว่า

  1. เริ่มจากการแยกผ้าขนหนูแบบสีและสีขาวออกจากกัน เพื่อป้องกันสีลอกใส่ ในกรณีที่ผ้าย้อมสีมาไม่ดี อีกทั้งการแยกผ้าสียังช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างหมดจดมากกว่าอีกด้วย
  2. ดูคำแนะนำการซักทำความสะอาดผ้าขนหนูผืนนั้นๆ เนื่องจากผ้าขนหนูบางชนิดก็มีข้อจำกัดในการทำความสะอาดไม่เหมือนกัน เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายต่อเนื้อผ้า จึงควรดูคำแนะนำที่ติดมากับผ้าขนหนูก่อนจะดีที่สุด
  3. นำผ้าขนหนูลงซักตามปกติ แต่หากเป็นผ้าฝ้ายควรซักด้วยน้ำร้อนเท่านั้น นอกจากนี้หากมีถุงซักจะดีมาก เพราะจะช่วยถนอมผ้าได้ดีนั่นเอง หรือไม่ก็ซักมือจะทำให้ผ้าเกิดความเสียหายได้น้อยที่สุด
  4. แช่ผ้าขนหนูในน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีประสิทธิภาพในการปรับผ้าให้นุ่มและส่งกลิ่นหอมได้ดี โดยจะต้องผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำเปล่าก่อนแล้วจึงค่อยใส่ผ้าลงไปแช่
  5. นำผ้าขนหนูใส่ในเครื่องอบแห้งและตั้งอุณหภูมิให้สูงที่สุด จะทำให้ผ้าฟูและนุ่มน่าใช้มากทีเดียว
  6. ตากผ้าให้โดนแดดอ่อนๆ หากเป็นแดดช่วงเช้าหรือช่วงเย็นจะดีที่สุด เน้นที่ที่โดนลม อากาศถ่ายเทสะดวก ผ้าจะแห้งเร็วและไม่แข็งอีกด้วย

แค่นี้ก็จะได้ผ้าขนหนูที่มีความนุ่มสบายและมีสภาพดีตลอดการใช้งานหลายปีแล้วล่ะ

ปรับพฤติกรรมการกินด้วยการควบคุมตนเอง

หลายๆ คนคงมีอาการแบบนี้ ที่ไม่ว่าจะใช้ความพยายามซักแค่ไหนก็เผลอหยิบขนมมาใส่ปากทุกที โดยเฉพาะขนมที่ชอบ และของหวานที่คุณโปรดปราน เพราะเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากความหิว วันนี้เราจะลองมาดูพร้อมๆ กันค่ะว่า พฤติกรรมอะไรบ้างที่เป็นตัวการกระตุ้นระบบประสาทจนทำให้เรากินแบบไม่ยั้ง และมาหาวิธีที่ดีๆ เพื่อจะเอาชนะพฤติกรรมเหล่านั้นกันดีกว่าค่ะ

7

ชอบกินอาหารฟาสต์ฟู้ด คุณมีพฤติกรรมการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปหรือเปล่า เนื่องจากการกินมากเกินไปนั้น เป็นเพียงแค่นิสัยที่แย่ๆ ที่คุณอาจจะสามารถแก้ไขได้เหมือนกับนิสัยอื่นๆ แต่การกินอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดมากๆ เป็นประจำ ทำให้คุณอ้วนและลดน้ำหนักได้ยากขึ้นอีกด้วยค่ะ วิธีแก้ก็คือ ให้คุณหลีกเลี่ยงจากอาหารเหล่านี้ และหันมากินอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายแถมช่วยลดน้ำหนักได้ อย่างเช่น ผักสด ผลไม้ ธัญพืช ถั่วต่างๆ นม โยเกิร์ต และเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันแทน

นอนดึก  การนอนดึก นอจากจะทำให้คุณมีเวลาพักผ่อนน้อยแล้ว ยังทำให้คุณรู้สึกหิวขึ้นมาได้อีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ คุณควรงดการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนในช่วงบ่ายและช่วงเย็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ด้วย ให้คุณอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนที่จะเข้านอน เพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายทำให้คุณหลับสบายขึ้น และสุดท้ายคุณควรเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา

เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว หากคุณกำลังมีพฤติกรรมต้องห้ามเหล่านี้อยู่ล่ะก็ ควรกำจัดให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการลดน้ำหนักของคุณได้ค่ะ

เทคนิคพิชิตไขมัน

สำหรับสาวๆ ที่กำลังกลุ้มใจกับหน้าท้อง ที่เต็มไปด้วยไขมันหรือที่เรียกว่าพุงกันอยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณพิชิตไขมันหน้าท้อง แถมยังมีสุขภาพแข็งแรงมาฝากกันค่ะ

6

  1. สำหรับสาวๆ ออฟฟิศ ที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานเป็นเวลานานๆ คุณต้องลุกขึ้นเดินไปเดินมาบ้าง หรือบิดตัวไปมาเพื่อคลายกล้ามเนื้อบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ระบบเผาผลาญไขมันภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นค่ะ
  2. การรับประทานถั่วอบแค่ 1 กำมือ แทนอาหารจำพวกแป้ง ส่วนของหวานที่เป็นน้ำตาล หรือขนมขบเคี้ยวที่เป็นตัวร้ายให้ทานน้อยลด หรือเลิกทานได้ก็ยิ่งดีค่ะ
  3. เลิกรับประทานอาหารระหว่างดูทีวี เพราะคุณอาจจะเผลอลืมตัวทานอาหารเยอะจนเกินไปนั่นเองค่ะ
  4. เลือกภาชนะใส่อาหารที่เล็กลง เพราะจะช่วยให้คุณตักอาหารได้น้อยลง จึงทำให้ทานอาหารได้น้อยลงตามไปด้วยค่ะ
  5. หลีกเลี่ยงหรือลดกาแฟชนิดที่ปรุงรสให้หวานมัน ที่จัดหนักทั้งน้ำตาล และครีม นมข้นหวาน หรือวิปครีม เป็นต้นค่ะ
  6. หากคุณกำลังอยู่ใสช่วงไดเอ็ท ควรหลีกเลี่ยงการไปทานอาหารพร้อมกับเพื่อนๆ นะคะ เพราะอาจทำให้คุณห้ามใจไม่อยู่ค่ะ เวลาเห็นเพื่อนๆ สั่งอาหารน่ารับประทานมาวางบนโต๊ะ
  7. หันมาเลือกทานอาหารประเภทที่ไม่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ เช่น การต้ม การนึ่งและการตุ๋น แทนการทอดด้วยน้ำมัน
  8. พยายามนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะมันจะช่วยลดความอยากขนมขบเคี้ยว ในระหว่างวันได้ค่ะ
  9. ถ้าหากคุณรู้สึกอิ่ม อย่าเสียดายอาหารที่เหลือนะคะ เพราะความเสียดายจะทำให้คุณสะสมไขมันเพิ่มขึ้นค่ะ
  10. หากรู้สึกอยากทานขนมขึ้นมา ให้คุณทานแค่ครึ่งถุงก็พอค่ะ มองในแง่ดีก็เป็นการประหยัด กินได้ตั้ง 2 ครั้ง อีกต่างหาก

ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะคะ เพื่อหุ่นสวย ไร้พุง และไม่มีไขมันส่วนเกินให้หงุดหงิดหัวใจอีกต่อไปค่ะ

ไดเอทง่ายๆ ตามสไตล์สาวญี่ปุ่น

คุณเคยสังเกตบ้างไหมคะว่า สาวๆ ญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะคงความคิขุอาโนเนะ น่ารักๆ ไว้ได้ไปจนกระทั่งเข้าสู่วัยกลางคน เธอเหล่านั้นก็ยังคงความงดงามของรูปร่าง ทรวดทรง ตามแบบฉบับของสาวเอเชีย ไม่อ้วน ลงพุงไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น เหมือนสาวๆ ในประเทศอื่น พวกเธอเหล่านั้นมีเคล็ดลับอะไร ในการรักษาทรวดทรงองค์เอวให้มีความอ้อนแอ้นอรชรเหมือนกับสาวแรกรุ่นอยู่ตลอดเวลาได้อย่างไรนั้น คำตอบง่ายๆ ก็คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหารของพวกเธอในแต่ละวันยังไงล่ะคะ วันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะทำให้คุณผอมเพรียวหุ่นดีตามสไตล์สาวญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ

5

  1. ภาชนะใส่อาหาร ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการเลือกถ้วยชามใส่อาหารที่เหมาะสมกับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อนั้น คือถ้วยชามที่มีสีออกแนวเอิร์ธโทน เช่น สีดำ สีขาว หรือสีเทา และมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ทำให้ตักอาหารได้เต็มชามแต่อาหารมีปริมาณน้อย จึงทำให้คนเราอิ่มได้เร็วขึ้น
  2. 2. การใช้ตะเกียบพุ้ยข้าว จะทำให้คุณรับประทานอาหารได้ช้าลง และรับประทานได้ปริมาณที่น้อยลงด้วยค่ะ เนื่องจากว่าสมองได้มีการรับรู้ถึงความอิ่มหลังจากที่ร่างกายอิ่มไปแล้วประมาณสิบนาที
  3. 3. ความหลากหลายของอาหาร การรับประทานอาหารที่หลากหลายประเภทพร้อมกันกับข้าว จะช่วยทำให้ร่างกายมีการใช้พลังงานในการเผาผลาญที่มากขึ้น เนื่องจากความหลากหลายของพลังงานจะไปช่วยในการกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้มีการทำงานอยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ

พฤติกรรมง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลดี แถมยังไม่กลับมาอ้วนอีกด้วยค่ะ

แค่รู้จักเลือก คุณก็ลดน้ำหนักได้

การลดน้ำหนักให้ได้ผลดี และมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากการออกกำลังกายแล้ว เรื่องของอาหารการกินก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเพียงแค่คุณรู้จักเลือกอาหารที่จะรับประทานเข้าไปในแต่ละมื้อ คุณก็สามารถลดน้ำหนักได้แล้ว วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ในการเลือกทานอาหาร เพื่อช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกันค่ะ

4

  1. กินผลไม้สดๆ ดีกว่าเลือกกินน้ำผลไม้ที่ส่วนใหญ่มักมีการปรุงรสให้มีความหวาน หอม ด้วยน้ำตาล หรือน้ำเชื่อม ทำให้ร่างกายของคุณได้รับน้ำตาลมากขึ้นนั่นเองค่ะ
  2. หลีกเลี่ยงขนมปังขาว ถึงแม้ว่าจะเป็นของฟรีที่มาพร้อมกับชุดอาหารที่คุณสั่งก็ตาม เพราะนั่นจะทำให้คุณลดน้ำหนักไม่เป็นผลค่ะ
  3. ลาขาดจากการดื่มน้ำอัดลม แล้วหันมาดื่มชาเขียวรสธรรมชาติแทนดีกว่าค่ะ เพราะในชาเขียวมีสารกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และมีประโยชน์มากกว่าน้ำอัดลม
  4. เลือกทานเฉพาะอาหารเมนูปลา หรือ เนื้อไก่ที่ไม่มีหนัง
  5. หากชอบดื่มกาแฟ และไม่สามารถอดได้แล้วละก็ ให้คุณหันมาดื่มเป็นกาแฟดำ แทนกาแฟใส่นมหรือครีมจะดีต่อการไดเอ็ทของคุณค่ะ
  6. ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มนม ให้คุณเลือกดื่มนมจำพวกพร่องมันเนยหรือ Low Fat จะดีที่สุดค่ะ
  7. อย่าอดอาหารเช้าเป็นเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณหิวแล้วกินอาหารในมื้อต่อไปมากขึ้น ทางที่ดีกินให้ครบมื้อ เพียงแค่เลือกกินอาหารที่มีไขมันต่ำ และในปริมาณที่เหมาะสมก็พอค่ะ

ทางเลือกง่ายๆ ที่ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แค่เพียงคุณรู้จักเลือกอาหารและควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คุณก็สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วค่ะ

เคล็ดลับกินแล้วผอมด้วยทุเรียน

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนคงอยากผอมหุ่นดีกันทั้งนั้น เราจึงนำเทคนิคลดความอ้วนซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกส่งต่อกันมาเป็นรุ่นสู่รุ่นมาบอกคุณกันค่ะ วิธีนี้ก็คือ การกินทุเรียนที่ถือได้ว่าเป็นยาถ่ายพยาธิอย่างดีเลยทีเดียว แต่จะช่วยคุณลดความอ้วนได้อย่างไรนั้น เราไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

3

การกินทุเรียนเพื่อลดน้ำหนักนั้น มีวิธีการกินก็คือ เพียงแค่คุณต้องตื่นสักประมาณตี 5 เพราะเวลานี้ถือได้ว่าเป็นเวลาที่ธาตุเราเริ่มทำงาน ซึ่งหลังจากที่คุณได้ล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ก็กินทุเรียนได้เลยค่ะ โดยให้กินประมาณครึ่งลูก แต่ถ้าหากเป็นคนอ้วนให้กินมากกว่านี้อีกนิดค่ะ หลังจากนั้น ก็ให้ดื่มน้ำอุ่นตาม แนะนำควรงดอาหารเช้าของวันนั้นๆ ไปเลยและกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถัน และเส้นใยในทุเรียนจะไปช่วยล้างพยาธิและสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้  จึงทำให้คุณผอมลงได้นั่นเองค่ะ และยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอีกด้วย ในอีกมุมหนึ่งสำหรับคุณผู้หญิงที่รักความสวยความงาม ทุเรียนก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกัน เพียงแค่นำเนื้อทุเรียนที่สุกพอห่ามๆ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 1 ส่วน 4 ช้อนโต๊ะ จนเป็นเนื้อครีมข้นๆ จากนั้นนำไปทาให้ทั่วผิวหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ปาก และบริเวณที่เป็นสิว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก คุณจะได้ผิวหน้าที่เนียนนุ่ม ไร้ริ้วรอย สดใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ว่าทุเรียนที่สาวๆ กลัวอ้วนมักจะหลีกเลี่ยงนั้น กลับมีประโยชน์แถมยังช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วย ใครที่ไม่ชอบทุเรียน ส่งสัยต้องรีบเปลี่ยนความคิดกันแล้วค่ะ

การลดน้ำหนักที่คุณเข้าใจผิด

การลดน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหารนั้นหลายคนคิดว่าเป็นวิธีที่สามารถลดน้ำหนักได้ดี แต่หารู้ไม่ว่าการที่คุณอดอาหารหรือไม่ทานอาหารอะไรเลยจะส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ ไม่มีเรี่ยวแรง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ การลดน้ำหนักให้ถูกวิธี ก็คือการทานอาหารให้ครบทุกมื้อ โดยเลือกแต่อาหารที่ไม่มีไขมัน และมีประโยชน์กับร่างกายเท่านั้น เน้นจำพวกผักผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ และไม่ทานอาหารตอนดึกๆ เพราะเมื่อเวลาใกล้เข้านอนร่างกายต้องการพักผ่อนจึงทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้น้อยลง จึงทำให้อาหารที่ทานเข้าไปไม่ถูกย่อยและสะสมเป็นไขมันในที่สุดนั่นเองค่ะ

2

การลดน้ำหนักที่ผิดวิธีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การพึ่งยาลดความอ้วนค่ะ การโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ตามอินเทอร์เน็ตจนทำให้คุณสนใจอยากสั่งซื้อ เพราะเชื่อว่าทานแล้วจะช่วยให้ผอมลง ลดน้ำหนักได้จริง และรวดเร็วทันใจ โดยไม่ต้องออกกำลังกาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เมื่อคุณทานยาลดความอ้วนเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายอ่อนแรง เนื่องจากมีอาการวิงเวียนศีรษะ นอนไม่หลับ และมีอารมณ์แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา หากไม่ได้รับประทานยาต่อไปเรื่อยๆ ผลร้ายที่สุดก็คือการเกิด โยโย่เอฟเฟ็กต์ ทำให้คุณกลับมาอ้วนขึ้นเหมือนเดินหรืออ้วนขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีวิธีลดน้ำหนักที่ควรหลีกเลี่ยงอีกอย่างหนึ่งก็คือ การใช้ยาถ่ายหรือยาระบาย วิธีนี้ไม่ได้ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง เนื่องจากน้ำตาลและไขมันในอาหารถูกร่างกายดูดซึมไปแล้ว ในระหว่างการย่อยตามกระบวนการในร่างกาย ส่วนการทำดีท็อกซ์เพื่อละลายไขมันก็เป็นวิธีที่ผิดอีกเหมือนกัน เนื่องจากการดีท็อกซ์จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแก้ปัญหาท้องผูกเท่านั้นเองไม่ได้ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้เลย ทางที่ดี หันมาออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะดีกว่าค่ะ

กล้วยหอมสุดยอดอาหารไดเอท

ปัจจุบันนี้คนเรามีชีวิตที่เร่งรีบจนไม่มีเวลากินอาหารเช้า หรือบางครั้งดื่มเพียงกาแฟ 1 แก้วเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้น กล้วยหอมถือเป็นอาหารมื้อเช้าที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในกล้วยนั้นมีทั้งคาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์แถมยังมีน้ำตาล ฟรุกโตส กลูโคส และซูโคส ที่ช่วยเพิ่มพลังงาน และสมอง ให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักได้ดี และไม่ทำให้อ้วนอีกด้วยค่ะ วันนี้เรามีสูตรลดน้ำหนักด้วยกล้วยหอมมาฝากกันด้วยค่ะ

1

ในทางโภชนาการ กล้วยหอมสามารถลดน้ำหนักได้จริง ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่กินอาหารเช้าเลย ซึ่งเป็นมื้อที่จำเป็นต่อร่างกาย และสมองเป็นอย่างมาก สูตรนี้จะช่วยคุณได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ เพียงแค่คุณกินกล้วยหอม 1 ลูก ที่มีน้ำหนักประมาณ 100 กรัมแทน พร้อมกับดื่มน้ำเปล่า ซึ่งจะให้พลังงานเพียง 120 กิโลแคลอรี ซึ่งทำให้เราได้แคลอรีน้อยลงกว่าการกินอาหารเช้าแบบอื่นๆ และในขณะเดียวกัน ยังทำให้อิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้นอีกด้วยค่ะ นอกจากคุณจะรับประทานกล้วยแล้ว ข้อห้ามเกี่ยวกับของหวานและการนอน ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ดีที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะของหวานนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลดน้ำหนัก ซึ่งในขณะที่การจัดเวลาของว่างเป็นช่วงบ่ายสามโมงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จากเดิมที่คนไทยนั้นกินของว่างไม่เป็นเวลา ก็จะช่วยให้นาฬิการ่างกายเริ่มเรียนรู้ และปรับระบบการเผาผลาญในช่วงเวลานั้น ส่วนการนอนก่อนสี่ทุ่ม ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นไปอีกด้วยค่ะ

วิธีไดเอทด้วยการรับประทานกล้วยหอมนั้น เป็นที่นิยมกันมานานมากกว่าสูตรไดเอทอื่นๆ เนื่องจากเป็นสูตรที่ง่าย ประหยัดเวลา และมีราคาไม่แพง แถมยังอร่อยอีกด้วย ในขณะเดียวกันคุณสามารถใช้สูตรนี้กับกล้วยประเภทอื่นๆ ได้ด้วย เช่น กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า เป็นต้น