ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัดประโยชน์ จากภูมิปัญญาไทย

ผ้าขาวม้า เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่ใช้กันมานานตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งตรงกับกับยุคที่อาณาจักรเชียงแสนกำลังเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ในสมัยนั้น สุภาพสตรีนิยมนุ่งผ้าถุงที่ทอจากฝ้ายเป็นหลัก และผู้ชายใช้ผ้าเคียนเอว หรือผ้าที่เป็นต้นกำเนิดของผ้าขาวม้าในยุคปัจจุบันนั่นเอง เดิมที นักวิชาการคาดว่า ผ้าขาวม้าอาจได้รับการคิดค้นขึ้นมานานกว่ายุคสมัยเชียงแสนเสียอีก เพียงแต่ยังหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ไม่ชัดเจนเท่านั้นเอง

5.1

ผ้าขาวม้ามีที่มาจาก

ผ้าขาวม้า มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย โดยมีชื่อเรียกเต็มๆว่า Karmar band (การ์มา บันด์) ซึ่งแปลได้ตรงตัวว่า ผ้าที่นำมา รัด คาด หรือพันแทนเข็มขัด ซึ่งเป็นศัพท์ตัวเดียวกันกับภาษา ฮินดี, ภาษามลายู, และพ้องเสียงกับรากศัพท์ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Commer band ซึ่งหมายถึง ผ้ารัดเอวที่ใช้คู่กับชุดทักซิโด้นั่นเอง คงจะคุ้นๆ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ

ในประเทศไทย คาดว่าการใช้ผ้าขาวม้า ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากชาวไทยใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ใช้โพกหรือคาดศีรษะ แต่ชาวไทยใช้เคียนเอว หรือใช้ห่อสัมภาระเมื่อเดินทางไกล เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในระหว่างทาง เช่น ปูเป็นที่นอน อาบน้ำ เช็ดตัว ห่มเพื่อกันหนาวกันน้ำค้าง และอื่นๆอีกมากมาย หากใช้ในบ้าน ก็พัฒนามาเป็นเปลนอนสำหรับเด็กหรือ ผ้าคาดอกสำหรับสุภาพสตรี ผ้าโพกผม คลุมผม เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดและใช้ซับเหงื่อ เป็นต้น ซึ่งก็ใช้งานได้ดีมากทีเดียว

ซึ่งหลักฐานที่ระบุให้เชื่อได้ว่า ผ้าขาวม้าได้รับความนิยมตั้งแต่ยุคอาณาจักรเชียงแสนนั้นก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ที่เขียนถึงการแต่งกายรูปแบบต่างๆและเรื่องราวในชีวิตประจำวันของชาวเชียงแสน ในภาพจะเห็นได้ชัดว่า ผ้าขาวม้าจะปรากฏอยู่ในทุกภาพกิจกรรมจนชินตา ซึ่งวัฒนธรรมนี้ก็ได้สืบทอดมาจนถึงยุคสมัยของอาณาจักรอยุธยา ในราวๆต้นศตวรรษที่ 22 ซึ่งชาวอยุธยาจะต้องมีผ้าขาวม้าติตัวแทบทุกคนหรือทุกครัวเรือน ตามที่ปรากฏในหลักฐานจากสมุดภาพ ไตรภูมิอยุธยา ซึ่งในยุคนี้ ผ้าขาวม้านิยมใช้ทั่วไปทั้งชายหญิง

 

ผ้าขาวม้า ถือเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดยอดนิยมจะอยู่ที่ความกว้าง 3 คืบ ยาว 5 คืบ โดยประมาณ ทอจากเส้นใยฝ้ายเป็นหลัก ในบางท้องถิ่นอาจทอจากเส้นไหม หรือด้ายดิบและเส้นใยป่าน โดยมีกรรมวิธีการทอที่คล้ายๆกัน ก็คือทอสลับสีเป็นลายตารางหมากรุก หรือลายทางยาว นิยมทอเป็นหลักในแถบภาคเหนือและภาคอีสาน โดยมีสนนราคาแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ทอ ซึ่งก็เป็นผ้าที่มีคุณภาพมากทีเดียว แถมยังเหมาะกับการใช้งานแทบทุกสถานการณ์อีกด้วย

ซึ่งผ้าขาวม้านี้ถือเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่ใช้กันตั้งแต่เกิดยันตาย สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านการนุ่งห่ม เช็ดทำความสะอาด หรือใช้ห่อสัมภาระต่างๆเป็นต้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี และแห้งเร็ว ไม่อับชื้น  ถือเป็นผ้ายอดนิยมที่ใช้สืบทอดต่อกันมาในทุกยุคทุกสมัย จนในปัจจุบันนี้ ผ้าขาวม้าก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลงกันเลยทีเดียว

5.2

Leave a Reply